ปี 2010 อย่าประมาท หวัด 2009 ยังคงอยู่

ป้ายกำกับ :
ปี 2010 อย่าประมาท หวัด 2009 ยังคงอยู่

 สธ. ย้ำประชาชนอย่าประมาทไข้หวัดใหญ่ 2009 ต้องป้องกันตนเองต่อเนื่อง-กลุ่มเสี่ยงรีบรับวัคซีน

กระทรวง สาธารณสุข ย้ำเตือนประชาชนอย่าชะล่าใจ ยังต้องคงมาตรการป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ต่อเนื่อง ส่วนคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงให้รีบรับวัคซีนป้องกัน ขณะนี้มีกลุ่มเสี่ยงได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 3,769 รายใน 31 จังหวัด ไม่พบอาการแพ้รุนแรง

นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูหนาว สภาพอากาศที่หนาวเย็นเอื้อให้เกิดการระบาดของโรคทางเดินหายใจได้ง่าย โดยพบว่ามีรายงานผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9 เป็นร้อยละ 10 และผู้ป่วยปอดอักเสบเพิ่มจากร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 10 จึงได้กำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่งเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินหายใจเป็น พิเศษ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ส่วนอสม.และเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย ให้ย้ำเตือนมาตรการป้องกันโรคแก่ประชาชน และหากพบผู้ที่มีอาการไข้หวัด ให้แนะนำไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อที่หากป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ 2009 จะได้รับยาต้านไวรัสทันที ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้

“การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้กับกลุ่มเสี่ยง 2 วันที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่ามีผู้ฉีดแล้ว 3,769 ราย จาก 31 จังหวัด ไม่พบผู้มีอาการแพ้รุนแรง พบเพียงอาการเล็กน้อย คือปวด บวม แดงที่รอยฉีดเท่านั้น จึงขอให้ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้มั่นใจ และขอให้รีบมารับวัคซีนที่โรงพยาบาลตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ส่วนผู้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ตกสำรวจ สามารถลงทะเบียนเพิ่มเพื่อรับวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวง สาธารณสุขใกล้บ้าน ยืนยันกระทรวงสาธารณสุขมีวัคซีนเพียงพอกับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงทุกคน” นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าว

ทางด้านนายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2009 ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 3-9 มกราคม 2553 มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 4 ราย เป็นชายวัย 24 ปี อยู่ จ.ชัยภูมิ หญิงวัย 30 ปี จ.ร้อยเอ็ด ทั้ง 2 ราย มาพบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัสช้าเกินไป ส่วนเด็กชายอายุ 4 ปี จ.นครราชสีมา จัดว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และเด็กชาย 6 ปี จ.เชียงใหม่ มีโรคประจำตัวคือโรคหอบหืดและอ้วน ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 55 ราย ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 - 9 มกราคม 2553 รวม 30,805 ราย เสียชีวิต 196 ราย โดยจังหวัดที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ ตราด เชียงราย พะเยา และสงขลา

นายแพทย์มานิต กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประชาชนอาจจะคลายความกังวลเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ทำให้ละเลยการป้องกันตนเอง เห็นได้จากการใช้หน้ากากอนามัย และการล้างมือของประชาชนลดลงอย่างมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น ขอย้ำเตือนให้ประชาชนทุกคนยังคงต้องเคร่งครัดกับมาตรการป้องกันตัวเอง ทั้งการออกกำลังกาย กินร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะคนที่เป็นไข้หวัด จะต้องใส่หน้ากากอนามัย และหยุดพักงานอยู่กับบ้าน 7 วันจนหายป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่คนอื่น

แหล่งข่าว / ภาพ - กระทรวงสาธารณสุข

สวัสดีค่ะ เนื่งด้วยข้าพเจ้ามี

สวัสดีค่ะ

เนื่งด้วยข้าพเจ้ามีอาการไม่สบายต่อเนื่องนานเกิน7 วัน เจ็บคอไอมีเสมหะกินยาปฎิชีวะนะ5 วันซ้อนแต่ไม่มีผลอะไรยังคงมีน้ำมูกไหล เจ็บหน้าอกประจำ หอบ รวมทั้งอาการไอต่อเนื่องอย่างไม่เคยเป็นนานในรอบหลายปี ก่อนหน้านี้เคยเป็นโรคภูมิแพ้อากาศแต่ไม่เคยมีอาการไอและน้ำมูกไหลนาน มีโอกาสได้รับเชื้อหวัด2009 หรือไม่คะ กรุณาตอบทีค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ