ติดเหล้าอันตราย

ป้ายกำกับ :
ติดเหล้าอันตราย

มะเร็ง สาเหตุการตายอันดับ 1 ชายไทย

โรคมะเร็งที่รุนแรงชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของมะเร็งในผู้ชายไทยคงหลีกเลี่ยงไม่พ้น “มะเร็งตับ” ซึ่ง ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี หรือผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็ง ที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ธาตุเหล็กที่สูงเกินปกติและแคลเซียม หรือผู้ป่วยที่ได้รับสารอะฟลาทอกซิน รวมทั้งผู้ป่วยที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งตับหรือโรคไวรัสตับอักเสบ

 

ตับเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย อยู่บริเวณช่องท้องใต้กระบังลมค่อนไปทางขวา ทำหน้าที่ทั้งเก็บสำรองอาหาร เป็น แหล่งสร้างพลังงานความร้อน สร้างน้ำดีเพื่อ ช่วยย่อยอาหาร สร้างเอ็นไซม์ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ นอกจากนี้ตับยังช่วยทำลายพิษที่เข้ามาในร่างกายและขับออกจากร่างกาย

 

โดยผู้ป่วยมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่มีอาการอะไร เมื่อมีอาการที่ชัดเจนมากขึ้น ก้อนมะเร็งก็มีขนาดใหญ่มากแล้ว เมื่อตรวจพบก็สายเกินไปที่จะรักษา ดังนั้น ควรหมั่นสังเกตตนเองเมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร จุกเสียด แน่นท้อง น้ำหนักลด หรือปวดชายโครงด้านขวา ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ ให้แพทย์ตรวจดูร่างกาย อย่างละเอียด

 

สำหรับในประเทศไทย โรคมะเร็งตับส่วนมากมักจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงในช่วงอายุระหว่าง 35-65 ปี มีอัตราเฉลี่ยระหว่างผู้ชายและผู้หญิง คือ 4.6:1การ ตรวจหามะเร็งตับ สามารถตรวจหาได้จากสารอัลฟาฟีโตโปรตีนเป็นสารที่เป็นตัวบ่งชี้ เพื่อการวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคมะเร็งตับ หากตรวจพบสารอะฟลาฟิโตโปรตีนในเลือดมีระดับสูงมากก็จะช่วยในการวินิจฉัยโรค ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยผู้ป่วยโรคมะเร็งตับประมาณ 60% จะตรวจพบสาร นี้อยู่ในระดับที่สูงมาก หรือการตรวจวินิจฉัย ด้วยภาพซึ่งมีอยู่หลายวิธี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะ เป็นผู้กำหนดการตรวจว่าจะใช้วิธีใดหรือหลาย วิธีรวมกัน เพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค อาทิ การทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อหาความผิดปกติของตับ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

 

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับ ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

 

1.ควรรับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

2.ไม่รับเลือดนอกจากกรณีจำเป็น

3.ลด งด หรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภท

4.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสารอะฟลาทอกซิน เช่น ถั่งลิสงคั่วที่มีสารอะฟลาทอกซิน

5.งดการฉีดยาเข้าเส้น งดการเสพยาเสพติดโดยการฉีด

6.ไม่ใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น

7.ผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง เช่น ไวรัสบีและซี ควรดูแลและรักษาสุขภาพอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์

 

สำหรับผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง ควรตรวจเลือด ตรวจการทำงานของตับ ตรวจค่าบ่งชี้การเป็นมะเร็งตับทุกๆ 3-6 เดือน และตรวจอัลตราซาวด์ทุก 6 เดือน

 

ที่มา: เว็บไซต์ สสส. ( นำมาจากหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจอีกทีหนึ่ง )